แฟนเบล ร่ำไห้ ส่งหลักฐาน ตร. เพื่อนลั่น เจอหลักฐานเด็ดชิ้นโบว์แดง


แฟนเบล ร่ำไห้ ส่งหลักฐาน ตร. เพื่อนลั่น เจอหลักฐานเด็ดชิ้นโบว์แดง

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่ สน.บุคคโล นายณัฐนัย หอมเทียนทอง อายุ 31 ปี แฟนหนุ่มของเบล เดินทางเข้าให้ปากคำและมอบหลักฐานแชตหลุดในวันเกิดเหตุที่ถูกนำเสนอบนโลกโซเชียลไปก่อนหน้านี้ รวมถึงหลักฐานอื่นให้กับ ตำรวจเพิ่มเติม


นายณัฐนัย กล่าวว่า เป็นแชทกลุ่มระหว่างน้ำอุ่นกับเพื่อนไม่ทราบจำนวนและไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง นอกจากนี้ในแชทยังมีรูปของเบลอยู่ และตนไม่กล้ายืนยันว่าจะเตรียมการกันไว้ก่อนหรือไม่ แต่จะดูเหมือนสมาชิกในกลุ่มจะรู้เห็นกันกับเหตุการณ์ดังกล่าว หากน้ำอุ่นไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะพาเบลออกมาทำไม หากมีเจตนาดีก็ควรพาไปส่งกับแฟนหรือบ้าน ไม่ใช่กลับไปคอนโด
ตอนนี้ผมสงสารลูกและครอบครัวเบล มาก ที่ผมทำ ผมทำเพราะครอบครัว วันเกิดเบล ผมก็ขอให้เบลไม่ต้องห่วงอะไร ผมก็เป็นแฟนคนนึง ที่อยู่เคียงข้างเบลตลอด คอยช่วยเหลือทุกอย่าง ไม่อยากให้เค้าห่วงอะไรเลย นายณัฐนัย กล่าว
ขณะเดียวกันมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ควบคุมตัวนายรัชเดช วงศ์ทะบุตร อายุ 24 ปี หรือ น้ำอุ่น พริตตี้บอย ที่เป็นผู้ต้องสงสัยในคดี มาให้ปากคำเพิ่มเติม หลังเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา\


ขณะเดียวกัน เพื่อนของพริตตี้สาวก็ได้โพสต์ข้อความว่า หลังจากที่กูไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย ขุดหาหลักฐานนั่นนี่ ตามตัวคนนั้นคนนี้ สำเร็จแล้วโว้ย รอดูเลยกูหงายการ์ดใบนี้เมื่อไหร่ มึงซวยกันหมดแน่ ใครทำอะไรเพื่อนกูก็รับไปน่ะ HBDเบล ของขวัญชิ้นโบว์แดงเลยนะมึง อย่าลืมหวยกูนะ


แฟนเบล ร่ำไห้ ส่งหลักฐาน ตร. เพื่อนลั่น เจอหลักฐานเด็ดชิ้นโบว์แดง

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่ สน.บุคคโล นายณัฐนัย หอมเทียนทอง อายุ 31 ปี แฟนหนุ่มของเบล เดินทางเข้าให้ปากคำและมอบหลักฐานแชตหลุดในวันเกิดเหตุที่ถูกนำเสนอบนโลกโซเชียลไปก่อนหน้านี้ รวมถึงหลักฐานอื่นให้กับ ตำรวจเพิ่มเติม


นายณัฐนัย กล่าวว่า เป็นแชทกลุ่มระหว่างน้ำอุ่นกับเพื่อนไม่ทราบจำนวนและไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง นอกจากนี้ในแชทยังมีรูปของเบลอยู่ และตนไม่กล้ายืนยันว่าจะเตรียมการกันไว้ก่อนหรือไม่ แต่จะดูเหมือนสมาชิกในกลุ่มจะรู้เห็นกันกับเหตุการณ์ดังกล่าว หากน้ำอุ่นไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะพาเบลออกมาทำไม หากมีเจตนาดีก็ควรพาไปส่งกับแฟนหรือบ้าน ไม่ใช่กลับไปคอนโด
ตอนนี้ผมสงสารลูกและครอบครัวเบล มาก ที่ผมทำ ผมทำเพราะครอบครัว วันเกิดเบล ผมก็ขอให้เบลไม่ต้องห่วงอะไร ผมก็เป็นแฟนคนนึง ที่อยู่เคียงข้างเบลตลอด คอยช่วยเหลือทุกอย่าง ไม่อยากให้เค้าห่วงอะไรเลย นายณัฐนัย กล่าว
ขณะเดียวกันมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ควบคุมตัวนายรัชเดช วงศ์ทะบุตร อายุ 24 ปี หรือ น้ำอุ่น พริตตี้บอย ที่เป็นผู้ต้องสงสัยในคดี มาให้ปากคำเพิ่มเติม หลังเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา\


ขณะเดียวกัน เพื่อนของพริตตี้สาวก็ได้โพสต์ข้อความว่า หลังจากที่กูไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย ขุดหาหลักฐานนั่นนี่ ตามตัวคนนั้นคนนี้ สำเร็จแล้วโว้ย รอดูเลยกูหงายการ์ดใบนี้เมื่อไหร่ มึงซวยกันหมดแน่ ใครทำอะไรเพื่อนกูก็รับไปน่ะ HBDเบล ของขวัญชิ้นโบว์แดงเลยนะมึง อย่าลืมหวยกูนะ


10-ท่าเซ็กส์-ยอดฮิต สุดเบสิคแต่ซี้ดเวอร์!!!


10 ท่าเซ็กส์ ยอดฮิต สุดเบสิคแต่ซี้ดเวอร์!!!


รู้หรือเปล่า? ท่วงท่าในการร่วมรักที่ถูกเขียนไว้ใน ตำราศิลปะแห่งรัก อย่าง กามสูตร หรือ กามาสุตรา (Kama Sutra) นั้นมีมากกว่า 500 ท่า เลยทีเดียว หากลองสะกิดหวานใจให้มาช่วยคอมเม้นท์ชุดชั้นในแสนเซ็กซี่ พร้อมลองท่าประกอบจังหวะวันละหนึ่งท่า 1 ปี ยังทำไม่ครบเลยคิดดู! ถ้าจะให้สาธยายว่าไอ้เจ้า ท่าเซ็กส์ 500 กว่าท่านั้น ประกอบไปด้วยอากัปกิริยาใดบ้าง เห็นทีคงมีเบื่อก่อนได้บรรลุแน่ๆ เอาเป็นวันนี้ขอประเดิมด้วย 10 ท่าเซ็กส์ ยอดฮิต สุดเบสิคแต่แซ่บเวอร์…เรารู้คุณก็ใช้ (^^)


1. The Butterfly ผีเสื้อร้อนรัก

10 ท่าเซ็กส์ ยอดฮิต สุดเบสิคแต่ซี้ดเวอร์!!! _1
ท่านี้ฝ่ายหญิงนอนหงายอยู่บนพื้นที่สูง เช่น เก้าอี้ โต๊ะ หรือไม่ก็เคาน์เตอร์ที่พอดีกับระดับเอวของฝ่ายชายจากนั้นให้ฝ่ายหญิงพาดขาไว้บนไหล่ของฝ่ายชาย เพื่อให้การสวมสอดเป็นไปได้แบบลึกสุดใจ การร่วมรักในท่านี้สามารถกระตุ้นจุดสยิวของฝ่ายหญิงได้เป็นอย่างดี แต่ต้องระวังกันสักหน่อย เพราะหากเร่าร้อนรุนแรงเกินไป อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้นะ หากปฎิบัติกิจกรรมในท่านี้เป็นเวลา 15 นาที สามารถช่วยเผาผลาญได้ 75 แคลอรี่

2. Spooning ช้อนซ่อนรัก

10 ท่าเซ็กส์ ยอดฮิต สุดเบสิคแต่ซี้ดเวอร์!_2
คู่รักไหนกระชับสัมพันธ์ด้วยท่าช้อนซ่อนรักนี้ล่ะก็ บอกเลยว่าฟินๆ ทั้งสองฝ่าย จากนั้นเริ่มบรรเลงเพลงรักด้วยการนอนหันหน้าไปทางเดียวกัน การนอนกอดก่ายกันในท่านี้ ทำให้หนุ่มๆ สามารถเอื้อมมือมาปลดตะขอบราตัวสวยสุดเซ็กซี่ของสาวๆ ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย จากนั้นฝ่ายชายโอบกอดตัวและสอดใส่ฝ่ายหญิงจากด้านหลัง (ไม่ใช่ประตูหลังนะคุณ!) มือที่ฝ่ายชายโอบกอดสามารถลูบไล้ดอกบัวตูมคู่งาม หรือจะเวียนมาหยอกเย้าปุ่มกระสันของฝ่ายหญิง เพิ่มความเสียวซ่านก็สามารถทำได้อย่างไม่มีติดขัด แถมเซ็กส์ท่านี้ยังช่วยให้ช่องสวรรค์ของฝ่ายหญิงบีบรัดมังกรของฝ่ายชายแน่นขึ้นอีกด้วย เห็นไหมล่ะฟินทั้งสองฝ่ายจริงๆ หากปฎิบัติกิจกรรมในท่านี้เป็นเวลา 10 นาที สามารถช่วยเผาผลาญได้ 35 แคลอรี่ 

3. The Lotus Blossom ปทุมน้อยคอยรัก 

10 ท่าเซ็กส์ ยอดฮิต สุดเบสิคแต่ซี้ดเวอร์!_3
ท่าร่วมรักนั้นไม่ได้มีแค่ท่านอนเพียงอย่างเดียวนะ ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นฟิลแบบนั่งประจันหน้ากันบ้างก็ได้ (^^) เซ็กส์ท่านี้ไม่ได้มีอะไรยาก ฝ่ายชายนั่งเป็นฐาน ส่วนฝ่ายหญิงนั่งด้านบนแล้วโอบขาเข้ากับเอวของฝ่ายชายเพื่อเพิ่มความกระชับ ท่านี้ฝ่ายชายสามารถใช้มือลูบไล้โอบกอดเรือนร่างของฝ่ายหญิง ไปพร้อมกับการพรมจูบที่ใบหน้า และหยอกล้อยอดปทุมถันได้ในเวลาเดียวกัน หากปฎิบัติกิจกรรมในท่านี้เป็นเวลา 15 นาที สามารถช่วยเผาผลาญได้ 95 แคลอรี่

4. Stand & Carry ลิงอุ้มรัก 

10 ท่าเซ็กส์ ยอดฮิต สุดเบสิคแต่ซี้ดเวอร์!_4
นอนก็แล้ว! นั่งก็แล้ว! เปลี่ยนมาเป็นเซ็กส์แบบยืนบ้างดีกว่า ท่านี้อาจลำบากไปสักหน่อย แต่เชื่อเถอะถ้าได้ลองแล้วจะอยากขอเบิ้ล ท่านี้ฝ่ายหญิงหันหน้าเข้าหาฝ่ายชายแล้วใช้ขาโอบเอวฝ่ายชายไว้ ฝ่ายชายใช้ท่อนแขนช้อนใต้สะโพก พร้อมยกตัวของฝ่ายหญิงขึ้น หรือถ้าอยากให้เซฟขึ้นอีกหน่อยก็ให้ฝ่ายหญิงใช้หลังพิงฝาผนังไว้ก็ได้ ท่าเซ็กส์นี้จัดเป็นอีกท่าที่ฝ่ายชายสามารถสอดใส่เข้าสู่ใจกลางได้แบบลึกสุดๆ เช่นกัน อ้อ! แต่ต้องระวังหน่อย เซ็กส์สุดสวิงท่านี้เหมาะสำหรับคู่รักที่ร่างกายแข็งแรง ฝ่ายชายไม่เป็นโรคไขข้อ ส่วนฝ่ายหญิงต้องน้ำหนักเบาเท่านั้น ไม่อย่างนั้นสวรรค์อาจล่มตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม หากปฎิบัติกิจกรรมในท่านี้เป็นเวลา 15 นาที สามารถช่วยเผาผลาญได้ 75 แคลอรี่

5. Missionary มิชชั่นนารี ทีเด็ด 

10 ท่าเซ็กส์ ยอดฮิต สุดเบสิคแต่ซี้ดเวอร์!_5
การเมคเลิฟด้วยท่ามิชชั่นนารีนั้น จัดว่าเป็นท่ามาตรฐานเบสิคยอดนิยมที่ใช้กันตั้งแต่ มือใหม่ ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญมือฉมัง ท่านี้ฝ่ายชายอยู่ด้านบน ฝ่ายหญิงนอนหงายอยู่ด้านล่าง ฝ่ายชายเป็นฝ่ายควบคุมจังหวะ ความลึก และความเร็ว เหมือนการทำกิจกรรมในท่านี้ดูจะซ้ำซากน่าเบื่อใช่ไหม? แต่บอกเลยว่า ‘มิชชั่นนารี มีทีเด็ด’ เพราะท่านี้นอกจากไม่ทำให้ฝ่ายหญิงเหนื่อยแล้ว ฝ่ายชายสามารถสัมผัสกระตุ้นต่อมสยิวของฝ่ายหญิงได้อีกด้วย หากปฎิบัติกิจกรรมในท่านี้เป็นเวลา 10 นาที สามารถช่วยเผาผลาญได้ 38 แคลอรี่

6. Doggie Style คลานเข่า กระเส่ารัก

10 ท่าเซ็กส์ ยอดฮิต สุดเบสิคแต่ซี้ดเวอร์!_6
การร่วมรักด้วยลักษณะที่ฝ่ายหญิงอยู่ในท่าคลาน แล้วฝ่ายชายสอดใส่เข้าทางบั้นท้ายแบบนี้ เป็นท่าสุดซี้ดที่สามารถพาทั้งสองไปยังสรวงสวรรค์ในถ้ำน้อยได้อย่างไม่ยากเย็น นั่นเพราะท่านี้ฝ่ายชายสอดใส่ได้ลึก เป็นการกระตุ้นปุ่มสยิวของฝ่ายหญิงอย่างดีเลยเชียวล่ะ อีกทั้งยังสามารถลูบไล้แผ่นหลัง ไปจนถึงบั้นท้ายอันเป็นจุดรวมความอ่อนไหวได้อีกด้วย หากปฎิบัติกิจกรรมในท่านี้เป็นเวลา 10 นาที สามารถช่วยเผาผลาญได้ 60 แคลอรี่

7. Victory วิคตอรี่ ขยี้ใจ 

10 ท่าเซ็กส์ ยอดฮิต สุดเบสิคแต่ซี้ดเวอร์!_7
เป็นท่าที่ต่อจากการเมคเลิฟด้วย ท่ามิชชั่นนารี ธรรมดา แต่ปรับเปลี่ยนให้ฝ่ายหญิงอ้าขาออกเป็นรูปตัว V ท่านี้ช่วยให้เรียวขาของฝ่ายหญิงไม่เป็นอุปสรรค ทำให้ฝ่ายชายมองเห็นดอกโบตั๋นได้อย่างถนัดตา แถมยังสามารถล่วงล้ำเข้าเขตสวนดอกไม้ได้อย่างลึกสุดสายตา ถ้าอยากรู้ว่าสยิวขนาดไหนไปลอง! หากปฎิบัติกิจกรรมในท่านี้เป็นเวลา 15 นาที สามารถช่วยเผาผลาญได้ 75 แคลอรี่

8. Reverse Cowgirl คาวบอยสาวหันหลัง 

10 ท่าเซ็กส์ ยอดฮิต สุดเบสิคแต่ซี้ดเวอร์!_8หากสาวๆ อยากสวมบทบาทเป็นคาวเกิร์ลปราบพยศโคหนุ่มคึกคะนอง ท่าคาวบอยสาวนั่งหันหลังนี้ คงทำเอาทั้งคู่ซี้ดซ้าดไปตามๆ กัน เซ็กส์ท่านี้ให้ฝ่ายหญิงอยู่ด้านบนคร่อมร่างของฝ่ายชาย ในลักษณะหันหลังให้ฝ่ายชาย การร่วมรักท่านี้เป็นการช่วยผ่อนแรงให้ฝ่ายชาย แต่กลับเพิ่มความซาบซ่านให้ฝ่ายหญิง เพราะท่านี้ช่างเสียดสีปุ่มเนื้อสุดฟิน ทำให้ฝ่ายหญิงโบยบินถึงสวรรค์ได้ง่ายขึ้นนั่นเอง หากปฎิบัติกิจกรรมในท่านี้เป็นเวลา 10 นาที สามารถช่วยเผาผลาญได้ 110 แคลอรี่

9. Women on top สาวน้อยเขย่ารัก 

10 ท่าเซ็กส์ ยอดฮิต สุดเบสิคแต่ซี้ดเวอร์!_9
ชื่อเซ็กส์ท่านี้ความหมายก็ตรงตัวอยู่แล้ว คือ ฝ่ายหญิงอยู่ด้านบน เป็นผู้ควบคุมบังเหียนในเกมศึกสวาทครั้งนี้! ฝ่ายหญิงนั่งคร่อมบนตัวฝ่ายชายที่นอนหงาย ในลักษณะหันหน้าเข้าหากัน ท่าเซ็กส์ นี้สามารถสร้างความเสียวสะท้านให้กับฝ่ายหญิงได้แบบเข็ดฟัน เพราะสาวๆ ที่เป็นฝ่ายคุมเกมเองมักลงเอยด้วยการถึงจุดสุดยอดก่อนฝ่ายชาย แต่ท่านี้ต้องระวังหน่อย! หากฝ่ายหญิงเผลอตัวยักโยกหนักมือไปหน่อย เกิดพลาดกล้วยอาจหักกลางลำก็เป็นได้ หากปฎิบัติกิจกรรมในท่านี้เป็นเวลา 15 นาที สามารถช่วยเผาผลาญได้ 100 แคลอรี่

10. Pirate’s Bounty พาดขา ท้ารัก 

10 ท่าเซ็กส์ ยอดฮิต สุดเบสิคแต่ซี้ดเวอร์!_10
เซ็กส์ท่านี้เป็นท่าที่สามารถทำต่อจาก วิคตอรี่ ขยี้ใจ ได้อย่างสบายๆ ด้วยการให้สาวๆ พักขาที่อ้าเป็นตัว V ไว้บนไหล่ของอีกฝ่าย หรือถ้าจะบรรเลงเพลงรักกันด้วยท่านี้เลย ก็เริ่มจากฝ่ายหญิงนอนหงายให้ฝ่ายชายอยู่ด้านบนเช่นเดียวกับ ท่ามิชชั่นนารี ใช้ขาพาดที่บริเวณไหล่ของฝ่ายชาย ท่านี้อาจใช้หมอนมารองที่สะโพกฝ่ายหญิงเพื่อเพิ่มความสูง และระดับความลึกในการสอดใส่ หากปฎิบัติกิจกรรมในท่านี้เป็นเวลา 30 นาที สามารถช่วยเผาผลาญได้ 60 แคลอรี่
ท่าร่วมรัก หรือ ท่าเซ็กส์ เป็นกิจกรรมเข้าจังหวะของคู่รัก ที่สามารถช่วยในการกระชับสัมพันธ์ได้ดีเลยทีเดียว แต่อย่าลืมนะว่า เรื่องความรักไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องเซ็กส์เท่านั้น การดูแลเอาใจใส่ รวมไปถึงการให้เกียรติซึ่งกันและกันก็เป็นสิ่งสำคัญนะ…เพราะความรักไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง พาไปจ้ำจี้ริมระเบียงบ้างก็ได้ (ระวังถ้ำมองด้วยล่ะ ^^)
ขอบคุณข้อมูล women.mthaiFHMTnews


อ๊อฟ ปองศักดิ์ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ แม่ป่วยมะเร็งทรุดหนัก จนขอเลื่อนคอนเสิร์ต


อ๊อฟ ปองศักดิ์ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ แม่ป่วยมะเร็งทรุดหนัก จนขอเลื่อนคอนเสิร์ต

วันที่ 6 ก.ย. ที่ ชั้น 21 อาคารจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ผู้บริหารและดีเจคนดัง พร้อมด้วย อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ นักร้องหนุ่มชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีเลื่อนวันแสดง “MAGIC NIGHT CONCERT คืนมหัศจรรย์ วันของ อ๊อฟ ปองศักดิ์” เนื่องจากคุณแม่ป่วยเป็นมะเร็งและทรุดหนัก

ถามถึงการเลื่อนวันแสดงคอนเสิร์ต?
พี่ฉอด : “พี่ว่าคงทราบกันแล้ว ขออนุญาตเลื่อนคอนเสิร์ตอ๊อฟไป ความจริงบอกด้วยวิธีการอื่นก็ได้ แต่ด้วยเหตุผลที่มันค่อนข้างเซ้นสิทีฟ แล้วก็รู้สึกว่าถ้าพี่พูดไปน้องๆ คงต้องมาตามสัมภาษณ์อ๊อฟอยู่ดี เลยมานั่งอยู่ตรงนี้ให้เห็นทีเดียว อ๊อฟเองคงไม่อยากพูดเรื่องนี้บ่อยๆ ปีนี้ CHANGE SHOWBIZ ได้แถลงข่าวว่าจะมีคอนเสิร์ต 4 คอนเสิร์ตด้วยกัน คือ สี่แยกปากหวาน ตอน 2562 สี่แยกครองเมือง, เดอะ เรียล ณเดชน์ คอนเสิร์ต, เจ อะดรีนาลีน คอนเสิร์ต”

“ซึ่งทั้ง 3 คอนเสิร์ตก็ประสบความสำเร็จผ่านพ้นไปด้วยดี ปีนี้ก็จะเหลืออีกคอนเสิร์ตนึงก็คือ วันที่ 5-6 ตุลาคม เป็น MAGIC NIGHT CONCERT คืนมหัศจรรย์ วันของ อ๊อฟปองศักดิ์ จริงๆ แล้วเราตั้งใจแถลงข่าววันที่ 12 ก.ย. ซึ่งมีเปิดขายบัตรไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ เป็นความสุขที่เราตั้งใจ เพราะอ๊อฟไม่ได้มีคอนเสิร์ตเดี่ยวมา 5 ปีแล้ว”

“มีการเชิญตัวพ่อตัวแม่ทั้งหลายของวงการมาสนุกเต็มที่ ทั้งพี่ฮาย อาภาพร, พี่ตั๊ก ศิริพร, โจ๊ก โซคูล, ปุยฝ้าย, นนท์ ธนนท์ รวมถึงเราไปได้น้อง Mimi Lee จากเมืองจีน เรียกว่าเตรียมสนุกกันอย่างเต็มที่ แต่ว่าในระยะเวลาที่ผ่านมาเราก็ได้ทราบตลอด ว่าอ๊อฟมีปัญหากับเรื่องที่คุณแม่ป่วย ได้รับทราบเรื่องนี้มาตลอดเพียงแต่ว่าในเรื่องราวอาการของคุณแม่ก็อาจจะเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ”

อ๊อฟ : “จริงๆ แล้วตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมาครับ เป็นวันเดียวกับที่พวกเราจะไลฟ์ขายบัตรวันที่ 17 สิงหาคม ซึ่งในวันนั้นตอนเช้าคุณแม่เหมือนอยู่ดีๆ ก็น็อกไปเลย เราก็ทำใจลำบากเหมือนกันกับการที่จะมาไลฟ์ แล้วก็มีความสุขที่จะพูดถึงคอนเสิร์ต แต่ว่าในใจอ๊อฟก็คิดว่าเดอะโชว์มัสต์โกออน อ๊อฟก็เลยคุยกับพี่ฉอด พี่ฉอดก็ทราบว่าคุณแม่เข้าโรงพยาบาลเมื่อเช้า บอกว่าถ้าไม่ไหวเรื่องงานไม่ต้องเป็นห่วงนะ เอาเรื่องสภาพจิตใจตัวเองก่อนให้แข็งแรง”

“อ๊อฟก็รู้สึกว่าตัวเราเองน่าจะยังไหวก็เลยดำเนินทุกอย่าง ตามปกติของการทำคอนเสิร์ตมาเรื่อยๆ แต่ด้วยอาการของคุณแม่ที่มันมีแต่ความรุนแรงเพิ่มขึ้น เลยคิดกันเองว่าจะเอายังไงดีนะ ในขณะที่สภาพจิตใจครึ่งหนึ่งของเรา เราต้องห่วงคุณแม่ ต้องดูแลเขา เพราะด้วยอาการของคุณแม่คือซีกขวาทั้งหมดไม่สามารถขยับได้ แล้วก็พูดไม่ได้ สมองส่วนที่รับรู้ก็ทำงานได้ไม่ดี ทำให้เราต้องใช้เวลาทั้งหมดที่เรามีตอนนี้ในการดูแลเขาอย่างดีที่สุด”

“เลยขอพี่ฉอดว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นไปได้มั้ยที่เราจะเลื่อนออกไป พี่ฉอดก็บอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น เพราะการที่เราจะไปแบกความรับผิดชอบการสร้างความสุขโดยที่ตัวเราเองไม่ได้มีความสุขแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ มันก็ไม่แฟร์สำหรับคนที่เขาซื้อบัตรคอนเสิร์ต พี่ฉอดก็โอเค ในเมื่อมันเกิดเหตุการณ์พวกเราเอง ตัวอ๊อฟเอง และคนที่ทำงานอ๊อฟก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องมาบอกพี่ๆ นักข่าวและฝากบอกทุกๆ คนที่ซื้อบัตรไปแล้วด้วยครับ”

พี่ฉอด : “จริงๆ แล้วคุณแม่เป็นมะเร็งและรักษาตัวมาระยะหนึ่งแล้ว”
อ๊อฟ : “คุณแม่เป็นมะเร็งมาอยู่ประมาณ 10 ปีแล้ว สู้มาตลอด คุณแม่เป็นมะเร็งตั้งแต่ที่มดลูก ดีขึ้น แล้วมาเป็นที่ปอด ตับอ่อน และตอนนี้ที่ปอดมันติดกับซี่โครง มันเลยเข้ากระดูก และมีที่สมอง ซึ่งตอนแรกเราทำทุกอย่างหมดแล้ว รักษาด้วยการทำคีโม รอบหนึ่งจะอยู่ที่ประมาณสิบกว่าเข็ม ทำประมาณ 3 รอบ อย่างที่เห็นมันไม่ได้ดีขึ้น ฉายแสงแล้วตรงส่วนบริเวณสมองมันก็ดีขึ้น ซึ่งก่อนวันที่ 15 ส.ค. เราเช็กอัพล่าสุด 2 เดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา คุณหมอบอกว่าโอเค ไม่ต้องห่วงที่สมองแล้ว เราก็ไปให้ความสำคัญที่บริเวณอื่นแทน”
“แต่ว่าพอวันที่ 15 ส.ค. มันกิดเหตุการณ์นั้น คิดว่าเส้นเลือดในสมองแม่ตีบฉับพลันหรือเปล่า แต่พอเช็กไปเช็กมาและดูทุกอย่างแล้ว คุณหมอบอกว่าที่บริเวณสมองเนี่ย สาเหตุที่ซีกขวาและกระบวนการรับรู้ของเขาน้อยลง รวมถึงการกิน การพูดของเขาที่ไม่สามารถทำเองได้ มันเกิดจากก้อนมะเร็งที่อยู่ที่สมอง ที่เราเพิ่งเช็กกันเมื่อประมาณ 2 เดือนกว่ามันโตขึ้นเร็วมาก ทำให้ไปเบียดเส้นเลือดบริเวณสมองซีกซ้ายที่เป็นส่วนบังคับซีกขวา”

“ถ้าจะเรียกว่าตายก็บอกไม่ถูกครับ บอกไม่ได้ว่ามันตายหรือเปล่า แต่มันเป็นเหมือนเลือดมันไปเลี้ยงไม่ได้ มันบวมและมันไปเบียดทับเส้นเลือดบริเวณต่างๆ ของสมอง ที่อ๊อฟเห็นในฟิล์มเอ็กซเรย์มันประมาณนี้ แต่คุณหมอบอกว่าน่าจะเกิดจากก้อนมะเร็งที่อยู่ตรงนี้ ทำให้บริเวณรอบๆ ที่เห็นในฟิล์มเอ็กซเรย์เหมือนเป็นเนื้อสมองที่ไม่มีเลือดไปเลี้ยง”

ตอนนี้การรับรู้ของคุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง?
อ๊อฟ : “รับรู้ได้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์พูดได้แบบใช่ เจ็บ โอ๊ย พูดที่เป็นประโยคที่เราเข้าใจไม่ได้ เพราะเขาไม่สามารถคอนโทรลปาก ระบบลิ้น หรือระบบพูดของเขาได้”

คือตอนนี้ต้องดูแลคุณแม่อย่างไร?
อ๊อฟ : “ตอนนี้นอกเหนือจากเวลางานที่รับไว้แล้วทั้งหมดก็จะทุ่มอยู่กับคุณแม่ แล้วก็คุณแม่อยู่โรงพยาบาลเพราะว่าถ้าเกิดเขากลับไปที่บ้าน วิธีการดูแลใครจะมาป้อนข้าวให้ ในเรื่องของความสะอาดด้วย รวมถึงเวลา สถานที่ต่างๆ ที่เราไม่ได้พร้อมขนาดนั้นที่บ้านเรา เลยคิดว่าอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่ใกล้กับหมอดีที่สุด เพราะฉะนั้นวิธีการรักษาตอนนี้ที่คุยกับคุณหมอก็คือรักษาตามอาการ ปวดก็ให้มอร์ฟีน แต่ตอนนี้คุณแม่รับมอร์ฟีนทุกๆ 3 ชั่วโมงพร้อมกับแปะแผ่นมอร์ฟีน เพื่อให้อาการปวดมันดีขึ้น”

“แต่เขาก็จะปวดขึ้นมาเป็นระยะๆ ช่วงแรกๆ คือแบบทำอะไรไม่ได้เลย ตัวอ๊อฟเองสภาพจิตใจทำงานก็ไม่ได้ อันนี้คือหมายถึงตัวเองอ๊อฟเองนะ สภาพจิตใจมันทำงานไม่ได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างที่เราเคยทำ เพราะอ๊อฟรู้สึกว่ามันมีช่วงเวลาหนึ่งในใจเราที่เราขึ้นมายืนร้องเพลงบนเวที กำลังสร้างความสุข แล้วเรามีความสุจริงๆ เหรอวะในการอะไรแบบนี้”


ทำให้ต้องมีการแคนเซิลงานโชว์เลยไหม?
อ๊อฟ : “งานโชว์ตัวเป็นงานที่แคนเซิลยาก เพราะมันเป็นอะไรที่มีสัญญาอยู่แล้ว แล้วเราต้องเข้าใจระบบของการจ้างก่อน ถ้าเกิดว่ามีคนที่สามารถขึ้นมาโชว์ในแบบที่เขาต้องการและคาดหวังจากอ๊อฟมาแทนได้ เขาก็ยินดีที่จะเปลี่ยน แต่ในสายตาของคนจ้างส่วนใหญ่เขาไม่ได้คิดว่าจะมีใครที่สามารถโชว์ได้แบบอ๊อฟ เพราะฉะนั้นงานที่อ๊อฟเคยรับไว้ก็จะต้องดำเนินตามความรับผิดชอบต่อไป”

แล้วงานหลังจากวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา?
อ๊อฟ : “งานหลังจากนี้ก็อย่างที่อ๊อฟบอกทุกๆ วินาทีที่ตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลาส่วนใหญ่อ๊อฟก็จะให้คุณแม่”

พี่ฉอด : “คือจริงๆ จะมีช่วงนี้เป็นช่วงที่ตอนที่เราจะทำคอนเสิร์ต เดิมอ๊อฟก็จะไม่รับงานอยู่ช่วงหนึ่ง เพื่อเตรียมการทำคอนเสิร์ต แต่จะมีบางงานที่รับไว้แล้วและเซ็นสัญญาไว้แล้ว อ๊อฟเองเขาเป็นคนที่รับผิดชอบในหน้าที่ ฉะนั้นถ้าวันหนึ่งที่เขาจะต้องขึ้นไปยืนบนเวทีเพื่อทำหน้าที่ของเขา เราก็บอกมาตลอดว่าไม่เป็นไรเรื่องของนางเราเคลียร์ได้ เราจัดการเองให้เป็นหน้าที่เรา แต่เขาก็มีความคิดว่าเขาทำได้มาโดยตลอด”

“แต่ในมุมของพวกเรากันเอง หมายถึงพี่ฉอดและทีมงานทั้งหมดก็ต้องยอมรับว่าคอนเสิร์ตอ๊อฟเป็นคอนเสิร์ตที่มีความสนุกสนานสูง อ๊อฟเขาเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ที่เราก็หวังว่าจะสนุกๆ ขำ เรารู้สึกว่ามันดูจะใจร้ายเกินไปที่เราจะต้องบอกเขาว่าอ๊อฟสนุกสิ สนุกสิ ในวันที่เขาแบบ….(อ๊อฟร้องไห้อยู่ข้างๆ)”

“ปกติก็จะเป็นแบบนี้ ถ้าไม่พูดถึงเขาจะไม่เป็นไร อ๊อฟเองเขาไม่ได้อยากพูดเรื่องแบบนี้ ไม่อยากเป็นภาระให้กับใคร ไม่อยากให้พวกเราต้องลำบากไปกับเขา ไม่ต้องแปลกใจถ้าไปไหนแล้วเห็นเขาหัวเราะตลอดเวลา ขนาดเราถามเขาว่าเป็นยังไง เขายังหัวเราะเลย ฉะนั้นไม่ต้องตกใจถ้าเกิดจากนี้ไปเขาหัวเราะอยู่ เราเองก็เกร็งเหมือนกันว่าเดี๋ยวจะมีดราม่าเกิดขึ้น ว่าทำไมอ๊อฟยังหัวเราะอยู่ อ๊อฟเป็นคนที่มีความตั้งใจและไม่อยากทำให้คนที่อยู่ข้างๆ ต้องมากังวลไปด้วย มีเราเท่านั้นที่รู้ว่าข้างในเขารู้สึกยังไง”

“เรารู้สึกว่ามันคงใจร้ายเกินไปที่จะต้องบอกว่าอ๊อฟสนุกสิอยู่บนเวที เลยคิดว่าอย่าเลยอ๊อฟ คือเราไม่ได้จะยกเลิก เราแค่เลื่อนเวลาออกไป เรายังมีความรับผิดชอบ คือต้องขอโทษกับคนที่ซื้อบัตรไปแล้วและขอโทษกับทุกๆ ส่วนด้วย แต่ว่ามันเป็นภาระที่มันหนักหนาเกินไปจริงๆ เกินกว่าที่เขาจะรับได้ ตอนนี้ในแง่ของใครก็ตามที่ซื้อบัตรไปแล้วถ้าเปลี่ยนใจไม่อยากดูแล้วก็ไม่เป็นไรก็คืนบัตรเราคืนสตางค์ได้ แต่ถ้าเกิดยังอยากจะดูต่อเราก็เลื่อนคอนเสิร์ตอ๊อฟจากวันที่ 5-6 ต.ค.นี้ ไปเป็นวันที่ 15-16 ก.พ.ปีหน้า”

“ตอนนี้ก็กำลังเช็กคิวแขกรับเชิญต่างๆ อยู่ว่ายังเหมือนเดิมหรือเปล่า หรือว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง เดี๋ยวจะแจ้งให้ทราบอีกที แต่เรามีความตั้งใจเต็มที่ในการทำคอนเสิร์ตของอ๊อฟให้ดีที่สุดและให้สนุกที่สุด เพียงแต่ว่าเราขอเวลาในการที่จะดูแลอะไรต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อน รวมถึงสภาพจิตใจของเขาด้วย”


ให้กำลังใจตัวเองและครอบครัวยังไงบ้าง?
อ๊อฟ : “อ๊อฟพูดกับแม่นะ คือเขาพูดไม่ได้ในการที่จะตอบโต้กับเรา แต่ว่าอ๊อฟพูดกับแม่ว่า แม่จำวันที่อ๊อฟเดินไม่ได้ได้ไหม วันที่อ๊อฟเดินไม่ได้แล้วแม่นั่งรถเมล์มาเพื่อที่จะเฝ้าเรา ตั้งแต่เวลาที่เริ่มเยี่ยมจนถึงเวลาที่เลิกเยี่ยม แล้วแม่ทำอย่างนั้นอยู่ตลอด 2 เดือนกว่าๆ ที่เราป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล แม่ดีใจไหมที่เห็นอ๊อฟเดินได้ก้าวแรก แม่ก็พยักหน้าเออ… อ๊อฟก็เลยบอกว่าแม่รู้มั้ยกับแค่แม่ขยับจับอะไรในร่างกายฝั่งขวาที่แม่ทำไม่ได้ แล้วมันขยับได้สักนิดนึง มันก็เป็นเหมือนกำลังใจให้กับอ๊อฟและพวกเราด้วยนะ”

“แล้วอ๊อฟก็พูดด้วยความที่เป็นอ๊อฟเนอะ บอกกับแม่ว่า…แม่อีกอย่างแม่ก็รู้ใช่มั้ยว่าอ๊อฟเป็นกะเทย(หัวเราะ) เพราะฉะนั้นลูกที่เป็นกะเทยเขาก็ต้องอยู่ติดกับแม่อยู่แล้ว พี่น้องคนอื่นๆ ของอ๊อฟ ลูกแม่คนอื่นๆ เขาก็มีครอบครัวกันไปหมดแล้ว ถ้าเกิดแม่ชิงทิ้งอ๊อฟไปก่อน แล้วอ๊อฟจะคุยกับใคร จะมานั่งเล่าเรื่องชีวิตตัวเองว่าตัวเองเจออะไรมาบ้าง จะคุยกับใคร”

“แม่เขาก็เออ… อ๊อฟว่ามันเหมือนเป็นกำลังใจให้กัน ตัวอ๊อฟเองเวลามีอะไรก็พยายามคุยกับเขาเหมือนเขาอยู่บ้านอยู่กับเราตลอด อ๊อฟสารภาพตรงๆ ตรงนี้ว่าทุกวันนี้ออกยังนั่งส่งไลน์หาเขาอยู่เลย อ๊อฟหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ให้สักวันหนึ่งเขาหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา ได้เห็นข้อความในทุกๆ วันที่เราส่งไปหาเขา”

เวลาที่ไปเยี่ยมคุณแม่ คุณแม่มีกำลังใจสู้ไหม?
อ๊อฟ : “อ๊อฟอยู่กับเขาทุกวัน ไปเฝ้าเขาทุกวัน ไปนอนกับเขาบ่อยๆ แล้วถ้าเกิดไม่ได้ทำงานก็จะอยู่ที่โรงพยาบาลตลอด อย่างที่อ๊อฟบอกว่าไม่อยากที่จะพลาดแม้แต่วินาทีเดียวที่เขาสามารถมีปฏิกิริยาทางร่างกายที่มันดีขึ้น อ๊อฟแค่รู้สึกว่าอ๊อฟไม่ได้หวัง ไม่ได้ขอร้องให้มันเกิดปาฏิหาริย์ว่า แม่จะต้องกลับมาเหมือนเดิม”

“คือเราไม่ได้เป็นคนโลกสวย เราคุยกัน คืออ๊อฟกับแม่สนิทกันมากๆ เราเหมือนเพื่อน เพราะฉะนั้นเวลาเราคุยเราจะพูดกันตรงๆ อ๊อฟบอกแม่ว่ามันไม่เหมือนเดิมไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยที่สุดมันต้องดีขึ้น แต่ถ้าเกิดว่ามันไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น สิ่งที่อยากจะขอก็คือว่าขอให้มีความสุขที่สุดในเวลาที่มีอยู่ในจังหวะที่เขาไม่เจ็บไม่ป่วย ไม่โอดโอย เราจะรู้สึกโอเคมาก”

“แต่ว่าในจังหวะที่เขาเจ็บขึ้นมาเมื่อไหร่ สิ่งที่ทำได้ก็คือหันหน้าหนีแล้วก็กลืนน้ำตาลงไป พยายามไม่ร้องให้เห็นเพราะไม่อยากให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาเป็นหรือว่าสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ว่าเขาเป็นภาระให้เรา ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่ภาระเลย เพียงแต่ว่าคนที่เขานอนอยู่ตรงนั้นเขาเห็นทุกคนมาเยี่ยมแล้วทุกคนที่มามาด้วยสีหน้า เขาก็เลยเก็บอารมณ์ไม่อยู่บ้าง คืออาทิตย์แรกหลังจากวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา อาทิตย์แรกมันเป็นช่วงที่หนักมากคือไม่ได้นอนเลยเพราะว่าแม่จะเอาทุกอย่างที่อยู่ที่จมูกออกหมดเลย”

“มีอยู่ครั้งหนึ่งอ๊อฟไปจับมือเขาแล้วบอกว่าแม่ทำอะไร แม่ก็จับมืออ๊อฟแล้วเขาก็ทำหน้ามองหน้า ส่ายหน้าประมาณส่งสัญญาณว่าไม่ต้อง ไม่ต้องห้ามฉันในการที่ฉันจะดึงออก อ๊อฟก็บอกว่าไม่ได้นะแม่ แม่จะทิ้งเราไปอย่างนี้ไม่ได้ สุดท้ายแล้วถ้าแม่ดึงออกก็ต้องเสียบกลับมาอยู่ดี เพราะว่าอ๊อฟก็ยังไม่ยอมให้แม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก เพราะยังไงเราก็ต้องสู้ให้มันสุดๆ”

คุณหมอบอกเราว่าอย่างไรบ้าง?
อ๊อฟ : “คุณหมอเขาก็รักษาตามอาการเลย เพราะว่าคุณแม่ทำทุกอย่างหมดแล้ว กินยาที่เมื่อวานเราโพสต์รูปไป มีคนส่งกำลังใจมาเยอะมาก ในอินบ็อกซ์ ในอินสตาแกรม ว่าลองวิธีนี้วิธีนั้นสิ อ๊อฟก็บอกว่าขอบคุณมากๆ เลยที่ทุกคนแนะนำมาก แต่ว่าวิธีต่างๆ ที่ทุกคนบอกอ๊อฟก็ได้พยายามกันมาหมดแล้ว แล้วก็ยาที่แพงที่สุด อะไรที่มันดีที่สุด เราก็หามาให้หมดแล้ว แต่ว่ามันก็ไม่ได่ตอบสนองกับร่างกายทุกๆ คน เพราะฉะนั้นเราก็ทำได้แค่รักษาตามอาการ ปวดก็ให้ยา”

ตอนนี้เราก็ยังมีงานจ้างอยู่ใช่ไหม?
อ๊อฟ : “เดือนนี้ไม่มีแล้วครับ เพราะว่าจริงๆ แล้วเดือนนี้มันเป็นเดือนแห่งการซ้อมคอนเสิร์ต ซึ่งอ๊อฟก็มาตัดสินใจในระยะเวลากระชั้นชิดมากเหมือนกัน คือตัวอ๊อฟเองก็รู้สึกผิดนะ ที่จะเดินมาบอกพี่ฉอด ว่าพี่อ๊อฟขอเลื่อนได้มั้ย ทั้งๆ ที่คอนเสิร์ตมันก็ได้ดำเนินการทำแล้ว เพื่อที่จะสำเร็จในวันที่ 5-6 ต.ค. แต่ด้วยสภาพจิตใจอ๊อฟ อ๊อฟก็ตัดสินใจยากมากนะ”

พี่ฉอด : “ในทางตรงกันข้าม เรารออยู่แล้ว เรารู้อยู่แล้ว ว่ามันไม่ได้หรอก แต่ว่าก็ไม่อยากจะเป็นคนตัดสินว่าอย่าทำเลย แล้วแต่อ๊อฟแล้วกัน แต่ใจจริงๆ คือแอบแบบว่า ตอนที่คุณแม่จะมีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 ส.ค.เนี่ย ยังเคยแอบคิดด้วยซ้ำไป ว่าอยากให้คอนเสิร์ตมันลุล่วงไปได้ แล้วคุณแม่ไปนั่งดู(เสียงสั่น น้ำตาคลอ)”

อ๊อฟ : “อือ(ร้องไห้)”

พี่ฉอด : “แต่พอวันนั้นมันมีเหตุการณ์เกิดขึ้น เราก็รู้สึกว่ามันไปต่อไม่ได้หรอก แต่ก็ไม่อยากเป็นคนบอกเองว่าเลื่อนหรืออะไร เอาแบบนี้แล้วแต่อ๊อฟก็แล้วกัน เราซัพพอร์ตทุกอย่างแล้วกัน”

อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ?
อ๊อฟ : “อยากจะบอกว่าขอบคุณคั้งแต่วันแรก ที่อ๊อฟบอกว่าจะมีคอนเสิร์ต แล้วทุกคนให้การสนับสนุนอย่างดีมากๆ อยากให้คอนเสิร์ตที่จะเล่นในวันที่ 5-6 ต.ค.นี้มันออกมาอย่างเต็มที่สนุกที่สุด คนดูได้รับสิ่งที่พวกเราตั้งใจจะนำเสนอความสุข ความอบอุ่น ความสนุกเต็มที่ แต่ว่าที่ออกมาขอเลื่อนเพราะว่าอ๊อฟรู้สึกสงสาร รู้สึกเห็นใจ รู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับคนที่เขาซื้อบัตรไปแล้วที่ตั้งใจจะมารับความสนุก ทั้งๆ ที่ตัวเราเองเป็นคนสร้างความสุขบนเวที แต่มันไม่ได้มีความสุขขนาดนั้น”

“ถ้าเกิดว่าใครอยากจะดูก็เก็บบัตรคอนเสิร์ตไว้ แล้วไปเปลี่ยนวันที่ไทยทิกเก็ต เมเจอร์ แต่ถ้าเกิดใครไปไม่ได้ในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2563 เราก็ยินดีครับ สามารถไปคืนเงินได้ด้วย หวังว่าทุกๆ คนคงจะเข้าใจในจุดนี้ แล้วก็ไม่อยากใช้เวลานี้บอกว่า…ไปดูคอนเสิร์ตด้วยนะครับ(ยิ้ม)”

ขอบคุณภาพ IG aofpongsak

ผัวโหดตีเมียตาย เสียแรงผู้หญิงรักสุดหัวใจ ตอนติดคุกก็ยังรอ


ผัวโหดตีเมียตาย เสียแรงผู้หญิงรักสุดหัวใจ ตอนติดคุกก็ยังรอ


**วันที่ 6 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์รายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Bom Bk Zadistz ได้โพสต์ภาพสะเทือนใจระบุข้อความว่า กูอยากจะรู้จริงใจคอมึงทำด้วยอะไรว่ะไอ้เหี้ยทำไมมึงต้องตีมันถึงขนาดนี้ตีจนตายน้องกูไปทำอะไรให้มึง #กูพูดเลยใครจะบังมันบังให้มิดนะ #ใครพอรู้ที่อยู่หรือรู้ว่ามันอยู่ไหนทำงานที่ไหนรบกวนแจ้งหน่อยนะคับ #ตอนนี้มันหนีไปแล้วเอารถน้องสาวผมไปด้วย #อย่าปล่อยให้คนเหี้ยๆแบบนี้มีที่ยืน #ช่วยแชร์ช่วยตามหาหน่อยนะคับ เพิ่มเติมครับ รถโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน ญห 4547 กรุงเทพมหานคร



โพสต์ดังกล่าว

-ต่อมา เพื่อนของผู้เสียชีวิต เข้ามาโพสต์ระบุว่า “ทำกับมันอย่างนี้ได้อย่างไร ตอนติดคุก มันก็รอ ทำงานหาเงิน ไปหาไปเยี่ยม เอาเงินไปให้ พี่ทำกะมันแบบนี้ได้ไง พี่ไม่เห็นค่าความรักความทุ่มเทของมันบ้างหรอ ไม่สงสารมันมันบ้างรึไง มันรักพี่ใจจะขาด ติดคุกมันก็รอ สงสารมัน อนาคตมันกำลังไปได้ดี ไหนจะหมาของมันอีก ไม่มีใครมาแทนมันได้หรอกนะ ไปสุขคตินะเพื่อน ขอบคุณที่เคยช่วยเหลือเรา หมดทุกข์แล้วนะ”



ภาพจาก เฟซบุ๊ก Bom Bk Zadistz

-อย่างไรก็ตาม เรื่องราวดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้ชาวโซเชียลเป็นอย่างมาก และมีการแชร์โพสต์ตามล่าตัว “โอเล่” ผู้เป็นสามีมารับโทษที่ก่อเอาไว้ ซึ่งจากการสืบเสาะของชาวเน็ตพบว่า ชายรายนี้มีภาพใส่ชุดพนักงานขับรถส่งอาหารของแอปพลิเคชั่นดัง จึงมีผู้ติดต่อแจ้งเหตุไปยังบริษัทต้นสังกัด ซึ่งทางบริษัทก็ตอบกลับมาว่ายินดีที่จะช่วยเหลือหากมีการร้องขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่

ภาพเหตุการณ์



-ภาพจาก เฟซบุ๊ก Bom Bk Zadistz



ข้อมูลภาพจาก เฟซบุ๊ก Bom Bk Zadistz

อิน เปิดหมดเปลือกชีวิตรัก จอห์น สามีช็อกตอนมีอะไรกันครั้งแรก


อิน เปิดหมดเปลือกชีวิตรัก จอห์น สามีช็อกตอนมีอะไรกันครั้งแรก

เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้จักเธอคนนี้เป็นอย่างดีแน่นอน สำหรับสาว "อิน บูโดกัน" นักร้องสาวมากความสามารถ ล่าสุดเธอได้มารายการ Club Friday SHOW อิน เผยว่า เจอ จอห์น ครั้งแรก ปิ๊งเลย จากการหามือกลองคนใหม่ เพื่อนแนะนำ จอห์น ชอบเลย แต่ต่างคนต่างมีแฟน ตัวเองก็มีแฟนผู้หญิง เริ่มเบื่อเขา ทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด

จนบอกเลิกแฟนสาวว่าเราอยากมีครอบครัว แฟนก็งง ทั้งที่ยังไม่มีอะไรกับจอห์น แค่ชอบเขา จนตลอด 2 ปี วันหนึ่งเขามาช่วยยกของไปส่งที่รถ ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน แล้วไปกินข้าวเป็นหมู่คณะ จนไปกันสองคน จนเป็นแฟนกัน

ตอนเป็นแฟนเคยมีเหตุการณ์ทำให้เลิกกัน จากการพูดไม่คิด โผงผาง พี่จอห์น มาบอกเลยว่า ไม่เป็นมือกลองต่อแล้ว และ เลิกกับเราด้วย เขาจะไปจริงๆ เราเสียใจ ร้องไห้ ตัดสินใจง้อเขา ส่งข้อความทุกวัน คิดถึงเขา จนวันหนึ่งเขาส่งข้อความกลับมาว่า พี่ก็คิดถึงหนู

ประมาณ 2-3 เดือน เขาเริ่มกลับมารับมาส่ง แต่ยังไม่ได้ทำงานด้วยกัน เขาเริ่มสอนว่า สิ่งที่หนูพูด ทำ หรือเป็นอยู่ ไม่น่ารัก ไม่ดีกับคนรอบข้าง เราเถียงว่าแต่มันเป็นความจริง เขาลงลึกๆ เขาธรรมะมากๆ อยากให้ทุกคนรักอิน เห็นอิน ในมุมที่เขาเห็น จริงๆ อินเป็นคนอ่อนแอแต่ชอบแสดงความเข้มแข็ง แข็งกร้าว โดยการก้าวร้าว หยาบคาย ซึ่งผิด

3 เดือน ที่เลิกกัน อินผอมไป 20 กิโลฯ เหมือนโลกเป็นสีดำ สีเทาหม่นหมอง แต่พ่อแม่เราโอเค เพราะพี่จอห์น ทำให้เราเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น

อยากสวยขึ้น อยากให้เหมาะสมกับเขา ที่หล่อ สมาร์ท สุขุม เราก็เริ่มมีน้ำหอม แต่งหน้า เขียนคิ้ว เขาจับถอนขนรักแร้

พูดได้ไหมออกรายการ มีอะไรกันครั้งแรก เขาเห็นขนรักแร้ เขาก็ช็อกไปเลย หนูไม่เคยพูดออกที่ไหนเหมือนกัน พอยกแขนมา เขาก็สตั๊นไปเลย เหมือนตกลงกูเจอกะเทยหรือยังไง แล้วเขาไปคุยกับเพื่อนสนิท ครอบครัว เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นผู้หญิงอะไรไว้ขนรักแร้ แล้วก่อนแต่งงานเขาก็จับถอน ไข้ขึ้น 3 วัน

คบมา 5 ปี ก็ตกลงแต่งงาน จนหลังแต่งงาน ก็เจอเรื่องยาก ต้องปรับตัว จนถึงขั้นเลิกกันเลย หลังแต่งงานยังไม่ถึงปี เลิกเลย แยกกันอยู่ มันเกิดจากปากของหนูด้วย เครียด ทำร้านอาหาร ตั้งแต่ก่อนแต่ง แล้วมีหนี้ก่อนโต เรารั้น ทำมาเรื่อยๆ ถึงจุด เศรษฐกิจตกต่ำ นู่นนี่นั่น

ต่างคนต่างเครียด ปากอินจะบ่น เครียดๆๆ จะให้อะไรหนักหนา ต้องขายเอาเงิน แต่ พี่จอห์น เป็นคนให้อะไรลูกค้าหมด ให้ฟรีก็ได้ กินติดก็ได้ ให้เขากินติด พรุ่งนี้ต้องจ่ายหนี้ เอาเงินที่ไหนจ่ายหนี้ เขาก็ขึ้น หนูก็ขึ้น แต่เขาไม่พูด เขาไปเลย เขาดูเราพูดแล้วเขาจะรู้ว่าเราคิดอะไร แต่เราไม่ได้คิด เราพูดตามความรู้สึก

เขามองว่าเรา คิดร้ายมาก คิดแบบคนนี้ ไม่ใช่เมียฉัน เขาพูดเลยว่า สิ่งที่หนูพูด สิ่งที่หนูเป็น นี่ไม่ใช่เมียพี่ พูดแล้วน้ำตาจะไหล แล้วไปเลย คือ ร้านมันไม่ดี เราทั้งคู่ ไปกู้เงินมา คิดว่าร้านมันจะดี เดี๋ยวมันต้องไปต่อได้ แต่มันยิ่งไปลึก งูกินหาง ทั้งหนี้นอกระบบในระบบ เป็นหนี้ 5 ล้านกว่าบาท วนไปหมด เอาบ้านเข้า ไปหมุน พยายามให้รอด แต่มันไม่รอด เครียดทั้งคู่

คราวนี้เขาไปนาน ไปหนักเพราะหนูก็ไม่พูด ไม่ง้อ เพราะหนูก็ไม่ไหวเหมือนกัน หนูไปโทษว่าความผิดเขา ไปให้ๆ แต่คนให้กลับคิดว่าให้ทาน เขาอยู่บ้านแม่ หนูก็อยู่บ้านกรุงเทพฯ บ้าง สวนกันตลอด เกือบครึ่งปี ถ้าเห็นรถอีกคนอยู่ จะไม่เข้ามา

มันมีความอายสังคม ถ้าทุกคนรู้ว่าแต่งไม่ถึงปีแล้วเลิก คิดไปเยอะ คิดลบ ไม่บอกพ่อแม่ แต่คิดว่าเขาต้องรู้ เราไม่ไหว ไม่ง้อ แต่อยากเคลียร์ จะเอายังไง ถ้าจะเลิก จะได้แยกย้าย เก็บของกันไป เลยส่งข้อความไปเราต้องคุยกัน นัดร้านข้าวต้ม ป๊ามีอะไรป๊าต้องพูด ไม่รู้ป๊าคิดอะไรบ้าง หนูจะคิดก่อนแล้วค่อยพูด หนูไม่มีระบบกลั่นกรอง โพล่งออกมา

เกือบครึ่งปี เราร้องไห้ทุกวัน เจ้าหนี้รุมทุกวัน มากสุด 5 เจ้า ทุบกระปุกเหลือเงิน 7 บาท ต้องซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินกับพี่จอห์น ตอนนี้เหลือหนี้ไม่เกินล้านแล้ว จากนั้น อินตั้งกฎ ทะเลาะกันห้ามเดินออกจากบ้าน ตอนนี้เลิกทำธุรกิจหมด เจ๊งไปหมดแล้ว หันมาใช้ทรัพยากรตัวเราทำงานหาเงิน

สิ่งที่เขาชมเราคือ อินเป็นคนจิตใจดี รักครอบครัว พ่อแม่เขาด้วย เคยร้องไห้กับพี่จอห์น ถ่ายละครเยอะเหนื่อยมากท้อ หรือบางเดือนไม่มีงานเลย กอดกันร้องไห้ เขาปลอบ ให้คิดดี ทำดี พูดดี เดี๋ยวมันก็ดีเอง แล้วมันก็ดีจริงๆ

อิน ร่ำไห้ เผยด้วยว่า หนูกำลังได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลง ทำให้ทุกคนเห็นว่าหนูไม่ได้ร้ายกาจ หรืออะไรแบบนั้น ปากเสีย แต่ใจไม่ได้เป็น ดีใจที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส สิ่งที่พี่จอห์น สอน พ่อแม่สอน หนูพยายามทำ ดีใจที่ทุกอย่างค่อยๆ ดีขึ้น ตอนนี้หนูไม่อายที่จะร้องไห้ออกทีวี เป็นตัวตนของเรา ดีใจที่ไม่ต้องซ่อนตัวเองแล้ว

ส่วนความขี้หึง อิน ยอมรับ ตัวเองขี้หึงมาก เราไม่ได้หน้าตาดี หุ่นดี แต่สามีเราหน้าตาดี หุ่นดี ต้องมีคนอยากได้ สมัยก่อนตั้งไมค์บังเขาทุกครั้ง ไม่ให้ใครเห็นเขา แต่ พี่จอห์นไม่ค่อยขี้หึง และเราไม่มีวันนอกใจเขาอยู่แล้ว ส่วนเรื่องมีลูก อิน อายุ 45 พี่จอห์น 47 ถ้าปีนี้ไม่มีลูก คงไม่มีแล้ว โดย พี่จอห์นอยากได้ลูกสาวมาก

อิน น้ำตาไหลเผยถึงสามีว่า ขอบคุณปะป๊าที่รักหนูมา 11 ปี ดูแลเหมือนหนูเป็นองค์หญิง หนูจะพยายามเป็นองค์หญิง เป็นเจ้าหญิงของปะป๊าของทุกคน วันไหนหนูลืมตัว ทำอะไรไม่ดี ปะป๊าเตะก้นหนูเลย ขอบคุณที่รักหนู นอกจากพ่อ ไม่มีใครรักหนูเท่านี้อีกแล้ว

คลิป


คลิปจาก CHANGE2561

NEWS TO: SIAMTHAI1

นายดาบหัวร้อน รอคิวบูชา ไอ้ไข่ วัดดังเมืองคอน ประกาศกร้าว นายกประยุทธ์ ก็ไม่กลัว


นายดาบหัวร้อน รอคิวบูชา ไอ้ไข่ วัดดังเมืองคอน ประกาศกร้าว นายกประยุทธ์ ก็ไม่กลัว


ทุกวันนี้จะทำอะไร หรือพูดอะไรควรคิดให้รอบคอบและใช้เหตุผลให้อยู่เหนืออารมณ์ให้มากๆ เพราะกล้อง หรือเครื่องมือบันทึกภาพมีอยู่ทุกที่ ไม่เช่นนั้นอาจจะได้ดังไม่รู้ตัวอย่างเช่นกรณีที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้ เมื่อเพจ ที่นี่มัน สุราษฎร์ V.2 พร้อมระบุข้อความว่า ตร.กร่าง นายกประยุทธ์ ก็ไม่กลัว ประกาศความยิ่งใหญ่ไม่กลัวใครแม้นายกยกฯ โดยมีการเผยแพร่คลิปขรก.รายหนึ่งกำลังโวยวายโดยบอกว่า จนท.วัดเจดีย์ไม่ให้เช่า ไอ้ไข่ ในพื้นที่อ.สิชล นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นที่เคารพของคนทั่วไปและนิยมเช่าบูชาแม้กระทั่งชาวต่างประเทศ

แต่พอถึงคิวของชายคนดังกล่าวได้เกิดปัญหาโวยวายขึ้นและประกาศว่าไม่เคยกลัวใครแม้กระทั่งนายกประยุทธ์ หรือแม้กระทั่ง เมียก็ไม่กลัว และได้แสดงบัตรข้าราชการลงในช่วงหลัง

ไม่รู้ว่าพี่แกหัวร้อน หรืออารมณ์เสียมาจากไหน แต่ที่แน่ๆคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ลงโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง พร้อมกับคำวิจารณ์ถึงเหตุที่ไม่สมควรของการปฏิบัติตัวของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่



เหตุเกิดในพื้นที่อ.สิชล นครศรีธรรมราช



มีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง



พร้อมแสดงบัตรข้าราชการให้ดู

คลิปเหตุการณ์



ขอขอบคุณ ที่นี่มัน สุราษฎร์ V.2

NEWS TO:SIAMTHAI1

#โพสต์ล่าสุด บอย AF3 ก่อนถูกรวบคาผ้าเหลือง


โพสต์ล่าสุด บอย AF3 ก่อนถูกรวบคาผ้าเหลือง

จากกรณีข่าวช็อกวงการ หลัง บก.ปอศ. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ.สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ.พ.ต.ท.เกียรติพันธ์ เจริญชนิกานต์ สว.กก.5 บก.ปอศ นำกำลังจับนายสิทธิชัย ผาบชมพู หรือ บอย AF3 อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 846/2562 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2562


โดยคดีนี้สืบเนื่องจากมีธนาคารแห่งเข้าแจ้งความว่า พบกลุ่มคนไม่ดีใช้บัตรเครดิตปลอมซื้อสินค้าและบริการที่โรงแรมในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เป็นเงินกว่า 13 ล้านบาท พอตรวจสอบก็พบว่า บอย AF3 เป็น 1 ขบวนการด้วย และได้หนีมาบวชที่วัดดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้ารวบตัว
ทั้งนี้จากการสอบสวนพระเอกหนุ่มยังให้การปฏิเสธ อ้างเพียงว่าบัตรดังกล่าวได้มาถูกต้องตามกฎหมายจึงนำไปใช้รูดเพราะมีคนให้มา เบื้องต้นทาง บอย AF3 ได้ประสานทนายความ เพื่อขอประกันตัวออกไปแล้ว
ล่าสุดเมื่อทางทีมงานสยามนิวส์ได้เข้าไปตรวจสอบ instagram ส่วนตัวของเจ้าตัวก็พบว่า เพิ่งโพสต์ภาพ ทำบุญทอดป่าเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยระบุข้อความว่า ทอดผ้าป่าศูยน์ปฏิบัติธรรม #โพธาราม #เอาบุญมาฝากโยมทุกๆท่านนะ #alogophoto #ratchaburi


โพสต์ดังกล่าว

ทั้งนี้หลังมีข่าวออกไปก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ดูข่าวแล้วคือความจริงหรือไม่


ความคิดเห็นดังกล่าว


ภาพจาก instagram boy_sittichai


ภาพจาก instagram boy_sittichai


ภาพจาก instagram boy_sittichai

เรียบเรียง สยามนิวส์

ST:conchotrungthanh