บทเรียนราคาแพง คุณป้ายื่นหน้าแอบฟังเรื่องเพื่อนบ้าน หัวติดคาประตูเหล็ก 5 ชม. ทั้งเจ็บทั้งอาย หนีไปไหนก็ไม่ได้


เว็บไซต์ EliteReaders เผยเรื่องราวของ หญิงช่างสอดรู้สอดเห็นรายหนึ่ง ถึงขนาดที่เอาหัวเข้าไปส่องดูที่หน้าประตูเพื่อนบ้าน เลยทำให้หัวติดอยู่ตรงช่องเหล็กนานถึง 5 ชั่วโมง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองลาเวอร์จิเนีย ในประเทศโคลอมเบีย ตามรายงานระบุว่า หญิงเคราะห์ร้ายรายดังกล่าว (ไม่ระบุชื่อ) เข้าไปแอบฟังเรื่องของเพื่อนบ้าน ที่กำลังพูดคุยอยู่ภายใน ทว่าในขณะที่กำลังแอบฟังอยู่นั้น หัวของเธอดันติดแหง็กอยู่ที่ช่องประตูเหล็ก พยายามจะเอาออกก็เอาออกมาไม่ได้
ชาวบ้านที่ผ่านมาพบเข้ารีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยท้องถิ่นให้เข้ามาช่วยเหลือหญิงรายดังกล่าว ซึ่งอยู่ในอาการเสียขวัญเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเจ็บทั้งอาย แต่ก็หนีไปไหนไม่ได้ ต้องทนรับผลกรรมของตัวเอง และแม้ว่าเจ้าหน้าที่จะพยายามเร่งมือช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ แต่ก็ต้องใช้เวลานานถึง 5 ชั่วโมง กว่าจะสำเร็จ
ภายหลังจากภาพและเรื่องราวเหตุการณ์ดังกล่าวถูกนำมาแชร์ทางโซเชียลเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็ถูกนำไปพูดต่อกันมากมาย หลายคนเห็นแล้วก็พากันอดขำไม่ได้ เรื่องนี้ไม่ต้องโทษใครเลย กรรมติดจรวด เป็นผลของการกระทำของเธอเองล้วน ๆ ถือเป็นบทเรียนของพวกชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านเลยทีเดียว งานนี้คงจะเข็ดไปอีกนาน
ภาพและข้อมูลจาก EliteReaders , Kapook

รักแม่ที่สุดเลย แพท บ่นปวดเท้า เรซซิ่ง ช่วยนวด ก้มจูบเท้าแม่ เหนื่อยแค่ไหนก็หายครับ (คลิป)



***คู่แม่ลูกสุดซี้ ตัวติดกัน ไปไหนไปด้วยกันตลอด แพท ณปภา กับ น้องเรซซิ่ง คู่ซี้แม่ลูก สุดน่ารัก แถมเดี๋ยวนี้ น้องเรซซิ่ง โตเป็นหนุ่มเรื่อยๆ รู้ความมากขึ้น พูดเก่งขึ้น ยิ่งน่ารักไปใหญ่ ล่าสุด อินสตาแกรมชื่อ pat_napapa ของคุณแม่แพท โดยได้ระบุข้อความว่า เหนื่อยแค่ไหนก็หายคับ แม้เรียกได้ว่าเป็นภาพที่น่ารักจริงๆเลย ครับ



-ขอบคุณภาพจาก pat_napapa



-ขอบคุณภาพจาก pat_napapa



-ขอบคุณภาพจาก pat_napapa



-ขอบคุณภาพจาก pat_napapa



-ขอบคุณภาพจาก pat_napapa



-ผมหล่อไหมครับ



(คลิป)



ขอบคุณภาพจาก pat_napapa

ยอมรับเก่งมาก แม่ภูมิใจที่สุดเลย เดียว เขาน่ารักจริงๆ





เรียกได้ว่าจำกันได้เป็นอย่างดีเลยสำหรับน้อง เดียว ทศกัณฐ์ ที่เล่นเกมส์ได้ชนะและมีความสามารถจำชื่อบุคคลสำคัญได้ทั้งหมด 200 หน้ากันเลยทีเดียวเก่งเป็นอย่างมากเลยยอมรับเขาเลยจริงๆว่าฉลาดและเก่งเป็นอย่างมากเลยตั้งแต่เล็กๆ เพราะการฝึกจากครอบครัวและน้องความจำดีเป็นอย่างมากเลยทำให้มีวันนี้ดีใจกับครอบครัวมากจริงๆ



น่ารักเนอะ โตแล้วก็น่ารัก



หลายคนยังคงติดตามน้องเดียวมาตลอดถึงแม้ไม่ค่อยออกสื่อเพราะน้องตั้งใจเรียนเป็นอย่างดีเพื่อให้ครอบครัวได้ภูมิใจในตัวน้องอีกครั้งและครั้งล่าสุดทำให้พ่อแม่ต้องยิ้มกันเลยทีเดียวเพราะน้องได้ให้ความภูมิใจเป็นอย่างมากน้องสอบติดหมอจ้า



ทำเอาคนที่เป็นครอบครัวต่างยินดีเป็นที่จน ตอนนี้ความฉลาดยังคงอยู่และเพิ่มขึ้นมาตลอดเลยอยู่ที่การฝึก ฝากถึงพ่อแม่ที่อยากให้น้องๆฉลาด ลูกทุกคนชอบไม่เหมือนกันแต่หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและฝึกน้องทุกวันจะทำให้น้องๆที่บ้านของเราเก่งได้จริงๆ



เก่งมากเลยจ้า



ขอบคุณภาพจากเดียว

พ่อซึ้งน้ำใจ หนุ่มบิ๊กไบค์ อยากตอบแทนความดี ที่ช่วยชีวิตลูกสาว 8 ขวบ (คลิป)



จากเฟซบุ๊ก "อิทธิพล เพชรพิบูลย์พงศ" ที่โพสต์วิดีโอจากกล้องติดหมวกกันน็อก และเขียนข้อความว่า "เมื่อวานเจอเหตุการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง เด็กเกิดอาการตาค้างน้ำลายฟูมปากกลาง 4 แยกวัดคูหา ตอนนี้ไม่รู้ว่าน้องเป็นไงบ้าง แต่ขอให้น้องปลอดภัยนะครับ"



โดยเป็นเหตุการณ์ช่วงที่เด็กมีอาการชักเกร็งในรถยนต์ที่จอดติดสัญญาณไฟจราจรบนถนน หนุ่มขับบิ๊กไบก์จึงช่วยเคลียร์การจราจรให้ และอาสาพาพ่อและเด็กที่ชักเกร็งไปส่งที่โรงพยาบาล ซึ่งล่าสุด อาการของน้องปลอดภัยแล้ว



นายอิทธิพล เพชรพิบูลย์พงศ หรือ ติ๊ก พลเมืองดี เล่าว่า รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์คันนี้ หรือ เจ้าแรดน้อย ซึ่งตอนแรกที่เข้าไปช่วยเหลือ ตนเองก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ตื่นเต้นไปหมด แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยก็รู้สึกดีใจมาก ทั้งนี้ ตนเองก็มีลูกสาว อายุ 3-4 ขวบ เข้าใจถึงหัวอกของคนเป็นพ่อดี จึงอยากจะช่วยเหลือเด็กหญิงคนนี้

ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก นายสรชัช สดุดี หรือ ก๊อปปี้ อายุ 51 ปี พ่อของเด็กผู้ประสบเหตุ เปิดเผยว่า ตนเองเพิ่งเห็นคลิปที่แชร์กันอยู่ในขณะนี้ ต้องขอขอบคุณน้ำใจ และความดีของน้องขับบิ๊กไบก์ที่จอดรถลงไปช่วยเหลือน้องไข่มุก ลูกสาวอายุ 8 ปี ซึ่งไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนดีแบบนี้จริง ๆ ในสังคมปัจจุบันของเรา
โดยวันเกิดเหตุ ตนขับรถไปรับลูกสาวที่โรงเรียน คือน้องกอไผ่ อายุ 14 ปี ลูกสาวคนโต และน้องไข่มุก อายุ 8 ปี ลูกสาวคนเล็ก จากนั้นจะพาลูกไปกินข้าว ก็สังเกตเห็นว่าน้องไข่มุกมีอาการไม่สดชื่น และบ่นว่าง่วงนอน อยากกลับบ้าน กระทั่งขับรถมาถึงสี่แยกบ้านคลอง น้องไข่มุกก็มีอาการชักเกร็งตาค้าง ก่อนจะวูบหมดสติไป ขณะนั้นตนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก น้องกอไผ่ พี่สาวคนโตก็พยายามช่วยเหลือ ตนก็ประคองลูกพร้อมกับพวงมาลัยรถ ขับไปเรื่อย ๆ เพื่อจะนำตัวลูกไปส่งยังโรงพยาบาล ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังเลิกงาน ปริมาณรถจำนวนมาก ตนขับมาติดสัญญาณไฟแดง สี่แยกวัดคูหาสวรรค์ จึงพยายามบีบแตรขอความช่วยเหลือ พร้อมเปิดกระจกตะโกนเรียกให้คนช่วย ตอนนั้นลูกสาวมีอาการหนักมาก ชักเกร็ง มือเริ่มหงิก ตัวซีด ปากเขียว และมีไข้ขึ้นสูง ตนใจคอไม่ดี จากนั้น ก็มีหนุ่มขี่บิ๊กไบก์มาช่วยตามในคลิปทั้งหมด



ทั้งนี้ หากลูกสาวหายเป็นปกติดีแล้ว ก็จะพาไปกราบขอบคุณทันที ส่วนอาการของลูกสาวล่าสุดปลอดภัยแล้ว ต้องให้นอนพักฟื้นอีกสักระยะ ส่วนความรู้สึกของตนก็อยากมอบรางวัลสินน้ำใจให้เล็ก ๆ น้อย ๆ กับหนุ่มบิ๊กไบก์ที่เป็นคนดี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

คลิปข่าว



ขอบคุณ AMARIN TV

เปิดภาพชัดๆ นาทีต่อนาที ตอกกลับดราม่า หลังมีคนจ้องจับผิด ธนาธร ไม่มีกาลเทศะ ยืนสำรวมต่อพระพักตร์ในหลวง.



นับว่าเป็นนักการเมืองที่ตกเป็นเป้าดราม่าในทุกๆการเคลื่อนไหว สำหรับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งล่าสุดก็มีประเด็ดราม่าเกิดขึ้นกับ ภาพที่นายธนาธร กุมมือขณะอยู่ในห้องประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อร่วมพิธีเปิดรัฐสภาเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 24 พ.ค. จนตกเป็นเป้าวิจารณ์ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหลายคน ว่าไม่เหมาะสม และไม่ถูกกาลเทศะ และหลายคนเข้าใจไปว่าเป็นภาพขณะยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

แต่เมื่อกลับไปย้อนดูคลิปการถ่ายทอดสดจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยให้ดีแล้ว ก็พบว่าภาพดังกล่าว ที่มีการแชร์และวิจารณ์ในโลกออนไลน์นั้น เป็นภาพก่อนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินมาถึงห้องประชุมดังกล่าว และเกิดขึ้นหลังจากถ่ายทอดสดไปได้เพียง 9 นาทีเท่านั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมการ ทุกคนยังอยู่ในอิริยาบถ
หลังจากนั้น เมื่อถึงประมาณนาทีที่ 17 ก็พบว่าสมาชิกรัฐสภาคนอื่นๆ อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ยืนกุมมือด้วย โดยเฉพาะนายอนุทิน ที่มีการบิดตัวไปดูบรรยากาศด้านข้าง ระหว่างรอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาถึง.



เวลาในคลิประบุชัด.



และเห็นว่าท่านอื่นๆก็ ยืนในลักษณะเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงนาทีที่ 21 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาถึง พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี สมาชิกรัฐสภาต่างก็ยืนตรง มือแนบชิดข้างลำตัวกันอย่างพร้อมเพรียง.



ภาพจาก คลิปการถ่ายทอดสดจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย.

แอฟ ทักษอร เปิดใจครั้งแรก สาเหตุเซ็นใบหย่า สงกรานต์



จากกรณี แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ นักแสดงสาวชื่อดัง ก็ออกมาเปิดเผยว่า ได้จดทะเบียนหย่า อดีตสามี สงกรานต์ เตชะณรงค์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา โดย สาวแอฟ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า โล่งใจ และไม่มีอะไรติดค้างอีก โอเคที่ทุกอย่างราบรื่น



ล่าสุดเธอเปิดใจกับเพจ FeedForfuture เผยถึงการจบชีวิตคู่กับสงกรานต์ว่า จะบอกว่าเป็นเหตุผลก็ไม่เชิง เป็นอารมณ์ก็ไม่ใช่ เหมือนมาถึงจุดที่ยังไงก็ต้องตัดสินใจแบบนั้น ไม่ว่าจะเซ็นหรือไม่เซ็น มีกระดาษแผ่นนั้นหรือไม่ แต่ชีวิตมันเปลี่ยนไปแล้ว การใช้ชีวิตจริงมันเปลี่ยนไปแล้วทั้งคู่ กระดาษแผ่นเดียว ไม่ได้กลับไปอยู่ในจุดเดิมอีกแล้ว ถ้าเรารอดจากสถานการณ์ จะไม่เสียใจจนเสียศูนย์ เราผ่านมันมาได้แล้ว อย่างอื่นมันไม่ยากแล้ว



กว่าจะผ่านจุดที่เสียใจมากที่สุด ท้อแท้ เครียดว่าจะไปยังไงต่อ คือ จุดที่ยากที่สุดของผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีลูก เมื่อหาทางออกได้แล้ว เรื่องแค่เซ็น ไม่ใช่เรื่องยาก การที่บอกเข้มแข็ง คือกล้าที่จะไปเซ็นหย่า มันไม่ใช่เลย ทางออกแต่ละครอบครัวแตกต่าง ไม่มีใครรู้ปัญหาชีวิตคู่ของคนอื่นอย่างแท้จริง



ใครมาขอคำปรึกษาแอฟ จะฟันธงไม่ได้ เพราะมีคนมาถามเยอะมาก เจออย่างนี้ ไปเลยดีไหม คำว่าเข้มแข็ง ไม่ได้แปลว่า หย่า แล้วถึงจะเข้มแข็ง หรือ แยกบ้าน แล้วต้องเข้มแข็ง บางคนก็แสดงความเข้มแข็งด้วยการ อยู่ แต่อยู่อย่างไรให้มีความสุข และลูกมีความสุข จะอยู่ยังไง แล้วแต่จะจัดการอย่างไร ถ้าจัดการได้ ก็อาจจะยังอยู่ด้วยกันได้ แล้วหาทางออกของแต่ละคน

ขอบคุณที่มาจาก เพจ FeedForfuture

น้องบีเล่าสาเหตุ ที่ยอมแต่งงานกับมีมี่ หนุ่มหน้าปาน คดีพลิกสุดๆ



เรียกได้ว่าเป็นคู่รักที่มีการถูกพูดถึงกันอย่างมากมายเลยทีเดียว สำหรับนายบุญมี ขันทอง อายุ 37 ปี หรือ พี่มีมี่ หนุ่มที่มีปานบริเวณแก้มและริมฝีปาก ซึ่งกำลังเป็นที่ฮือฮาและโด่งดังในโลกโซเชี่ยล เนื่องจากเข้าพิธีแต่งงานกับสาวสวย น.ส.ภัสสรา อบนาค หรือ น้องบี อายุ 23 ปี ทั้งที่มีฐานะยากจน และไม่มีสินสอดทองหมั้นใดๆ ผูกข้อไม้ข้อมือแล้วอยู่ด้วยกันเลย ซึ่งต่อมาอดีตสามีของน.ส.ภัสสรา มีการโพสต์ข้อความโจมตีถึงความรักของทั้งคู่ผ่านโลกโซเชียล ในทำนองที่ว่าฝ่ายหญิงเป็นคนพาลูกสาวหนีไปจากตนเอง และมาแต่งงานใหม่



บ้านที่อยู่ด้วยกัน



ล่าสุดน้องบีไม่หยุดนิ่งออกมาเผยความจริงที่เธอต้องหนีออกมาจากชีวิตอดีตสามี และมาแต่งงานใหม่กับมีมี่ว่า...

ตอนมีไม่รักษา พอเสียมาจะมาเรียกร้องอะไร อยู่ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เป็นหัวหน้าครอบครัวเเต่ไม่ช่วยเหลืออะไร เเค่ฝากลูกไว้เเค่ตอนเช้าเพราะต้องไปทำงาน ถึง5โมงเย็น วันไหนเขาเข้ากะเช้าเราก็พาลูกมา เพราะถ้าพามาทุกวันเกรงใจเจ้าของร้าน เเต่กลับทิ้งลูกไว้อยู่บ้านคนเดียว เพื่อไปแข่งนก หิ้วนกไป หิ้วนกมา หายไปเปนหลายๆชั่วโมง ไอ้เราข้องใจ เเสะมาดูตอนบ่ายโมง เห็นลูกนั่งอยุ่หน้าประตูเหล็ก “แม่…ลูกหิวข้าว” ไอ้เราน้ำตาจะไหล อีกอย่างขอค่าเทอมลูกแค่3000 อย่างไม่ได้ขอแค่1000นึงก่อน ก็บอกว่าไม่มี ค่าขนมลูก เราเป็นคนดูแลทั้งหมด ไม่ว่าลูกจะกินอะไรก็แล้วแต่ กินวันนึงเปนร้อย เราไม่ว่าแต่เราไม่ยอมให้ลูกอด ทำงานวันนึง300 บาทเดือนนึงหยุด4-5วันมากสุด6วัน เดือนนึงได้กี่บาท เเต่เขาทำงานเดือนนึง13000+จ่ายเเค่ค่าเช่าบ้าน กับเล็กๆน้อย ที่เหลือนุ้น เล่นมวย เเทงบอล จนแม่มันไม่เอามันเเล้ว บล็อคเฟสด้วยซ้ำ หลอกเขาสาระพัด หลอกยายไม่รุ้เท่าไร่ เราเอาเงินยายเขามาจิง เราติดหนี้ยายอยุ่4000เรามี เราจะทยอยคืนยายให้ เเต่ลูกเราขอเลี้ยงเอง ไม่ต้องมายุ่ง เพราะที่ผ่านมาเราดูพฤติกรรมและพูดย้ำๆมาหลายหนเเล้ว แต่ไม่มีคำว่าเปลี่ยนเเปลง พอตอนมีเงินได้จากการเล่นการพนัน 4-50,000บอกให้ไปเสียค่า กยศ สัก10,000นึงก่อนแต่ไม่เสียไม่ฟัง เอาไปซื้อโทรศัทพ์iPhone. X 47000 เราได้2000เราเก็บไปเรื่อยๆ ได้ไม่ถึง5วัน เล่นเเพ้เอาไปขาย ได้เงินมา35,000 เอาไปใช้หนี้เขา กลายเป็นหมาไม่มีเงินสักบาท ไอ้เราก็ให้วันล่ะ 100 วันล่ะ50บ้าง

กว่าเขาจะมีเงินจากการขายนกบ้างเพราะเราก็ทำงานวันเเค่300ลูกไปก็100นึงเเล้ว เก็บร้อยนึงเรากินบ้าง วันไหนไม่มีก็เก็บให้ลูกกินก่อน ตัวเองค่อยกิน เพราะกินของที่ร้านได้ เเล้วเวลาทะเลาะกันชอบทะเลาะกลางถนนให้คนอื่นได้ยิน คิดว่าเท่ห์มั้ง บิดรถ ขย่มหัวรถ เเล้วเวลาใครมอง ก็ตะโกนถาม “มองอะไรมีปัญหาหรอ ” /”ม่ะกี้พี่มองหน้าผมหรอ”.คือ ทะเลาะกัน2คน แล้วจะไปหาเรื่องเขาคนที่ไม่รุ้เรื่องทำไม มีการไปถามวินมอไซค์ ด้วย ว่า”พี่มีปืนมั้ย ผมขอดิ มันจังแล้ว ” แล้วย้อนไปเมื่อ2-3ปีที่แล้ว ใครที่เป็นเพื่อนกับเขามานาน จะรุ้ว่าเขา ประจานอะไรเราบ้าง คือคนเปนผัวเมียกัน เวลาทะเลาะกัน ถึงขั้นต้องขายเมียให้คนอื่นรับรุ้ด้วยหรอ แล้วมีอีกหลายๆอย่างน่ะ พิมพ์ในนี้คงไม่หมด ส่วนเรื่องเราแต่งงานใหม่ เรายอมรับว่าเราผิด ที่มันเร็วเกินไป เเต่เราอยุ่กับเขาเราไม่มีความสุข เหมือนกับทำงานเลี้ยงลูกอยุ่คนเดียว. ใช่น่ะ เมื่อก่อนเขาดี ดีกับเรามาก ดีกับครอบครัวเรา แต่เขาก็เล่นการพนันมาตั้งเเต่ไหนเเต่ไร บอกจะเลิก เเต่ไม่เลย เขาไม่เคยคิดได้เลย แต่เขาก็เลี้ยงเรามาได้

จนพักหลังๆที่เราเริ่มทำงานเขาเริ่มที่จะไม่ช่วยเหลือ เพราะเหนว่าเรามีงานมีเงิน เเต่หารุ้ไม่ว่าวันๆนึงเราจ่ายอะไร เหลือเท่าไร่ เขาคิดเเค่ว่า มันมีเงิน ก็จ่ายเองสิ เวลาลำบาก มาขอยืม บางครั้งก็ให้บางครั้งเราก็ไม่ให้ เพราะถ้าจะกินเราให้ เเต่ถ้ายืมไปเล่นหรือซื้อนกอะไรพวกนี้เราไม่ให้ เเล้วมาหาว่าเราใจดำ ส่วนเรื่องเราไม่สนใจเขาเพราะตั้งเเต่เขาเริ่มเล่นนก เขามีเงินเท่าไร่ เขาลงที่นกหมด มีเงิน1หมื่น นุ้นซื้อนก13000. บาท 3000นั้นยืมคนอื่นอีก เเล้วลูกเมียกินไร กูไม่สน กินไข่ก็ได้มั้งในใจที่เขาคิด ถ้าไม่ใช่เพราะยายเขาด้วยที่ดูเเลเรา เราคงจะเลิกกับเขาไปนานแล้ว ไม่ใช่เขาน่ะที่เปนฝ่ายเลี้ยงเราอย่างเดียว ตั้งเเต่อยุ่กันมาเขาไม่เคยคิดถึงลูกเมียก่อนเลย มีเเต่ยายเขาดูแลเรากับลูก เที่ยวขนนุ้นนี้มาให้ เเต่ในหัวสมองเขามีเเต่มวยๆๆบอลๆๆ คนที่ไม่เป็นเรา เขาไม่รุ้หรอกน่ะ ขนาดรับบัญฑิตน้อยลูก เขายังไม่มาเลย อ้างว่ากางเกงไม่มี



โพสต์ดังกล่าว



เป็นอย่างไรกันบ้าง กับสาเหตุที่น้องบีเลือกที่จะแต่งงานกับมีมี่ โดยไม่แคร์สายตาและคำพุดของคนรอบข้าง งานนี้ต้องบอกเลยคะ ว่าเห็นใจเธอสุดๆ

นางแบบเวียดนาม จัดหนักสะท้านเมืองคานส์ เว้าสูง - โนบรา จะเกิดหรือจะดับ ?!

นางแบบเวียดนาม จัดหนักสะท้านเมืองคานส์ เว้าสูง - โนบรา จะเกิดหรือจะดับ ?!


          นางแบบเวียดนาม สวมชุดเดรสสุดแรงเดินพรมแดงเมืองคานส์ ทั้งบาง แหวกลึก เว้าสูง แซ่บตะลึง เรียกสายตาจากทุกคน
          วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 เว็บไซต์นิวส์ออสเตรเลีย รายงานว่า หง็อก ตรินห์ (Ngoc Trinh) นางแบบสาวชาวเวียดนาม วัย 29 ปี ไปสร้างกระแสฮือฮาเป็นอย่างมาก หลังจากที่เธอปรากฏตัวบนพรมแดงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 72 ด้วยชุดเดรสสุดแรง ทำเอาคนในงานตาค้างไปตาม ๆ กัน
ภาพจาก CHRISTOPHE SIMON / AFP
          หง็อก ตรินห์ คือหนึ่งในนางแบบระดับแถวหน้าของเวียดนาม และเป็นเจ้าของตำแหน่ง Photogenic Supermodel Vietnam 2005 ซึ่งเธอก็มีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมมากกว่า 2 ล้านคน และก็เป็นหน้าตาของแบรนด์ดังหลายแบรนด์ในเวียดนาม
          สำหรับชุดเดรสสร้างชื่อนี้ เป็นฝีมือการออกแบบของ โด๋ลอง ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวเวียดนาม เจ้าของแบรนด์ Do Long Boutique โดยเขาได้รังสรรค์ชุดนี้เพื่อให้นางแบบสาวเดินพรมแดงเมืองคานส์โดยเฉพาะ
          ตัวชุดมาในธีมเซ็กซี่ซีทรูคล้ายบอดี้สูท ประดับด้วยลายปักและท่อนล่างปล่อยชายยาว ทั้งแหวกลึก และเว้าสูงน่าหวาดเสียว บอกได้เลยว่าเรียกแฟลชจากช่างภาพไปได้ไม่น้อย
ภาพจาก Instagram dolong2304
ภาพจาก LOIC VENANCE / AFP

ประเด็นที่เกี่ยวข้อง

#หนุ่มใหญ่ ไลฟ์สดซ้อมลูก 4ขวบส่งขู่เมียที่เกาหลี หลังเห็นภาพบาดตาในโปรไฟล์


เมื่อวันนที่ 18 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปไลฟ์สดของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคลิปที่ทำร้ายร่างกายเด็กน้อยวัยเพียง 4 ขวบ ที่บ้านหลังหนึ่งในต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบ นายกิติพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี เจ้าของบ้าน อาศัยอยู่กับลูก 3 คน โดยคนโตเป็นหญิง อายุ 12 ปี ส่วนอีก 2 คน เป็นชาย อายุ 6 ปี และ 4 ขวบ เจ้าหน้าที่จึงเรียกตัวออกมาสอบถามเกี่ยวกับคลิปที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์
นายกิติพงษ์ กล่าวยอมรับว่า ภาพทั้งหมดตนเป็นคนถ่ายจริง เนื่องจากภรรยาเดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้ได้ประมาณ 1 ปี และนัดหมายกันว่าจะกลับมาอยู่เป็นครอบครัวมีความสุขในช่วงฤดูหนาวที่จะถึงนี้ เมื่อใกล้กำหนดที่จะเดินทางกลับ ภรรยาได้เปลี่ยนภาพโปรไฟล์ แล้วตนเห็นแขนคนอื่นแลบออกมา เมื่อสอบถามจึงเกิดเหตุทะเลาะกันทุกครั้ง ประกอบกับภรรยาและแม่ยายพูดในลักษณะจะให้เลิกรากัน ตนจึงคิดน้อยใจและโทรศัพท์ไปหาภรรยา แต่กลับถูกต่อว่าจนเกิดการทะเลาะกันผ่านทางวีดีโอคอล


“จึงตัดสินใจถ่ายคลิปวีดีโอจากโทรศัพท์ระหว่างทำร้ายลูกคนเล็ก แล้วส่งให้ภรรยาดู เพื่อขู่หากไม่กลับบ้านอาจจะทำร้ายลูกทั้ง 3 คน เพราะอยากให้ภรรยากลับบ้านตามกำหนดที่ตกลงกัน ซึ่งคลิปดังกล่าวได้ถ่ายเมื่อ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเกิดของผม จนมาทราบว่าคลิปได้ถูกเผยแพร่ไปแล้ว และขอยอมรับผิด ก่อนหน้านี้เคยคิดอยากฆ่าตัวตายแต่ยังสงสารลูก” นายกิติพงษ์ กล่าว
จากนั้นตำรวจได้ทำความเข้าใจกับนายกิติพงษ์ ถึงข้อกฎหมาย และให้คิดสงสารเด็กที่ไม่รู้เรื่องกับปัญหาของพ่อแม่ ก่อนจะมีการลงบันทึกข้อตกลงว่า จะไม่ก่อเหตุในลักษณะนี้อีก


สำหรับเรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผย หลังจากก่อนหน้านี้ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปภาพพ่อกำลังทำร้ายเด็กมีลักษณะบีบคอ และตบหัวลูกชายคนเล็กอย่างรุนแรง พร้อมเขียนความว่า “ผู้ชายคนนี้ไม่สมควรเป็นพ่อของใคร ไม่ว่าเรื่องจะเกิดจากอะไร เด็กน้อยที่ไร้เดียงสา ไม่สมควรเป็นเหยื่ออารมณ์ของใคร มันไม่มีวุฒิภาวะอะไรทั้งสิ้น
ไม่มีแม้แต่ความคิด ใช้อารมย์มาลงที่เด็ก ในฐานะที่เป็นป้าของเด็กฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ใครยังเห็นว่าไอ้นี่ยังเป็นคนดีอยู่อีกหรือเปล่า หลังจากที่มันยัดเยียดความครหาจากสังคมให้เราผิดมานาน มันถึงเวลาที่อั้นไม่ไหว ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดจากความผิดของใครก่อน แต่มันคือคนกระทำ สังคมจงช่วยกันประนามการกระทำของมันด้วยนะคะ อนุญาติให้แชร์ได้”


Cr:https://www.siamnews.com