#หนุ่มใหญ่ ไลฟ์สดซ้อมลูก 4ขวบส่งขู่เมียที่เกาหลี หลังเห็นภาพบาดตาในโปรไฟล์


เมื่อวันนที่ 18 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปไลฟ์สดของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคลิปที่ทำร้ายร่างกายเด็กน้อยวัยเพียง 4 ขวบ ที่บ้านหลังหนึ่งในต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบ นายกิติพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี เจ้าของบ้าน อาศัยอยู่กับลูก 3 คน โดยคนโตเป็นหญิง อายุ 12 ปี ส่วนอีก 2 คน เป็นชาย อายุ 6 ปี และ 4 ขวบ เจ้าหน้าที่จึงเรียกตัวออกมาสอบถามเกี่ยวกับคลิปที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์
นายกิติพงษ์ กล่าวยอมรับว่า ภาพทั้งหมดตนเป็นคนถ่ายจริง เนื่องจากภรรยาเดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้ได้ประมาณ 1 ปี และนัดหมายกันว่าจะกลับมาอยู่เป็นครอบครัวมีความสุขในช่วงฤดูหนาวที่จะถึงนี้ เมื่อใกล้กำหนดที่จะเดินทางกลับ ภรรยาได้เปลี่ยนภาพโปรไฟล์ แล้วตนเห็นแขนคนอื่นแลบออกมา เมื่อสอบถามจึงเกิดเหตุทะเลาะกันทุกครั้ง ประกอบกับภรรยาและแม่ยายพูดในลักษณะจะให้เลิกรากัน ตนจึงคิดน้อยใจและโทรศัพท์ไปหาภรรยา แต่กลับถูกต่อว่าจนเกิดการทะเลาะกันผ่านทางวีดีโอคอล


“จึงตัดสินใจถ่ายคลิปวีดีโอจากโทรศัพท์ระหว่างทำร้ายลูกคนเล็ก แล้วส่งให้ภรรยาดู เพื่อขู่หากไม่กลับบ้านอาจจะทำร้ายลูกทั้ง 3 คน เพราะอยากให้ภรรยากลับบ้านตามกำหนดที่ตกลงกัน ซึ่งคลิปดังกล่าวได้ถ่ายเมื่อ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเกิดของผม จนมาทราบว่าคลิปได้ถูกเผยแพร่ไปแล้ว และขอยอมรับผิด ก่อนหน้านี้เคยคิดอยากฆ่าตัวตายแต่ยังสงสารลูก” นายกิติพงษ์ กล่าว
จากนั้นตำรวจได้ทำความเข้าใจกับนายกิติพงษ์ ถึงข้อกฎหมาย และให้คิดสงสารเด็กที่ไม่รู้เรื่องกับปัญหาของพ่อแม่ ก่อนจะมีการลงบันทึกข้อตกลงว่า จะไม่ก่อเหตุในลักษณะนี้อีก


สำหรับเรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผย หลังจากก่อนหน้านี้ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปภาพพ่อกำลังทำร้ายเด็กมีลักษณะบีบคอ และตบหัวลูกชายคนเล็กอย่างรุนแรง พร้อมเขียนความว่า “ผู้ชายคนนี้ไม่สมควรเป็นพ่อของใคร ไม่ว่าเรื่องจะเกิดจากอะไร เด็กน้อยที่ไร้เดียงสา ไม่สมควรเป็นเหยื่ออารมณ์ของใคร มันไม่มีวุฒิภาวะอะไรทั้งสิ้น
ไม่มีแม้แต่ความคิด ใช้อารมย์มาลงที่เด็ก ในฐานะที่เป็นป้าของเด็กฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ใครยังเห็นว่าไอ้นี่ยังเป็นคนดีอยู่อีกหรือเปล่า หลังจากที่มันยัดเยียดความครหาจากสังคมให้เราผิดมานาน มันถึงเวลาที่อั้นไม่ไหว ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดจากความผิดของใครก่อน แต่มันคือคนกระทำ สังคมจงช่วยกันประนามการกระทำของมันด้วยนะคะ อนุญาติให้แชร์ได้”


Cr:https://www.siamnews.com

No comments:

Post a Comment